เจ้าภาพบอลโลก 2026

ฟุตบอลโลก 2026 จัดขึ้นใน 3 ประเทศเจ้าภาพร่วม ได้แก่ แคนาดา เม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา ใน 16 สนามทั่ว 3 ประเทศ เปิดฉากวันที่ 11 มิถุนายน 2026 ด้วยนัดเปิดสนาม เม็กซิโก พบ แอฟริกาใต้ ที่ Estadio Azteca เม็กซิโกซิตี้ และปิดฉากด้วยนัดชิงชนะเลิศวันที่ 19 กรกฎาคม 2026 ที่ MetLife Stadium นิวยอร์ก/นิวเจอร์ซีย์ นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีพิธีเปิดการแข่งขันถึง 3 พิธี โดยจัดในแต่ละประเทศเจ้าภาพ

แคนาดา

ฟุตบอลโลก 2026 เจ้าภาพแคนาดา

โตรอนโต

สนาม: BMO Field
ความจุ: ~45,000 ที่นั่ง (ปรับปรุงครั้งใหญ่มูลค่า 146 ล้านดอลลาร์เพื่อรองรับฟุตบอลโลก)

โตรอนโต เมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมและกีฬาของแคนาดา เปิดฉากการแข่งขันของแคนาดาที่บ้านด้วยแมตช์เปิดบ้านระหว่าง แคนาดา พบ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา วันที่ 12 มิถุนายน แมตช์กลุ่ม B สนาม BMO Field ยังเคยสร้างความประทับใจใน FIFA Women’s World Cup 2015 และได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่เพื่อรองรับมหกรรมครั้งนี้ ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองยังเป็นเสน่ห์สายสำคัญสำหรับแฟนบอลที่มาเยือนเมืองนี้

แวนคูเวอร์

สนาม: BC Place
ความจุ: ~54,500 ที่นั่ง

แวนคูเวอร์ เมืองที่ตั้งอยู่ระหว่างภูเขาและมหาสมุทรในแคนาดา เปิดสนาม BC Place เพื่อต้อนรับการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งประวัติศาสตร์ สนามแห่งนี้เคยสร้างความประทับใจมาแล้วใน FIFA Women’s World Cup 2015 และเป็นเจ้าภาพแมตช์กลุ่ม B สำหรับแคนาดาในรอบเหย้า ด้วยทิวทัศน์ที่งดงาม ระบบขนส่งที่สะดวกสบาย และสถานที่ท่องเที่ยวอย่าง Stanley Park และ Granville Island ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

เม็กซิโก

เจ้าภาพฟุตบอลโลก 2026 เม็กซิโก

กวาดาลาฮารา

สนาม: Estadio Akron
ความจุ: ~49,000 ที่นั่ง

กวาดาลาฮารา เมืองเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2026 ในเม็กซิโก เคยเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกมาแล้วในปี 1970 และ 1986 โดยใช้ Estadio Jalisco สำหรับฟุตบอลโลก 2026 ใช้ Estadio Akron ที่ทันสมัยเป็นเจ้าภาพแมตช์กลุ่ม A สำหรับเม็กซิโกในรอบเยือน เมืองนี้ยังมีชื่อเสียงในฐานะแหล่งกำเนิดดนตรีมารีอาชี่และเทศกาลสีสันทางวัฒนธรรม พร้อมอาหารท้องถิ่นที่เลื่องชื่อ

เม็กซิโกซิตี้

สนาม: Estadio Azteca
ความจุ: ~87,000 ที่นั่ง

เม็กซิโกซิตี้ เคยสร้างประวัติศาสตร์มาแล้วในการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกถึงสองครั้งในปี 1970 และ 1986 โดย Estadio Azteca จะเป็นสนามแรกในโลกที่เปิดการแข่งขันฟุตบอลโลกถึง 3 ครั้ง (1970, 1986 และ 2026) โดยนัดเปิดสนามคือ เม็กซิโก พบ แอฟริกาใต้ วันที่ 11 มิถุนายน 2026 เม็กซิโกซิตี้ยังเต็มไปด้วยวัฒนธรรมและสถานที่สำคัญ เช่น Zócalo และพิพิธภัณฑ์ Anthropology ที่สะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ของเม็กซิโกอย่างชัดเจน

มอนเตอร์เรย์

สนาม: Estadio BBVA
ความจุ: ~53,000 ที่นั่ง

มอนเตอร์เรย์ เมืองสำคัญทางตอนเหนือของเม็กซิโก เป็นเจ้าภาพ Estadio BBVA สนามที่ทันสมัยและมีความจุสูง เคยเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกในปี 1986 ด้วย Estadio Tecnológico เมืองนี้ยังขึ้นชื่อด้านวิวทิวทัศน์ของภูเขา Sierra Madre และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่หลากหลาย

สหรัฐอเมริกา

เจ้าภาพบอลโลก 2026 สหรัฐอเมริกา

แอตแลนต้า

สนาม: Mercedes-Benz Stadium
ความจุ: ~75,000 ที่นั่ง | เป็นสนามรอบรองชนะเลิศ (Semi-Final)

แอตแลนต้า มีประสบการณ์การเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกปี 1996 และเป็นหนึ่งในเมืองที่พร้อมที่สุดและทันสมัยที่สุดในสหรัฐอเมริกา Mercedes-Benz Stadium เป็นสนามชั้นนำพร้อมด้วยหลังคาสวิดีโอ 360 องศา และหลังคาสเลื่อนได้ โดยเป็นเจ้าภาพแมตช์รอบรองชนะเลิศ (Semi-Final) ของฟุตบอลโลก 2026

บอสตัน

สนาม: Gillette Stadium
ความจุ: ~65,000 ที่นั่ง

บอสตัน เปิดสนาม Gillette Stadium ที่ปรับปรุงใหม่เพื่อรองรับการแข่งขัน เมืองนี้เคยจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ เช่น ฟุตบอลโลกหญิงและ CONCACAF Gold Cup เป็นเจ้าภาพรอบเซมิไฟนาลกลุ่ม I พร้อมด้วยบรรยากาศ Freedom Trail และ Boston Harbor ที่เสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยว

ดัลลัส

สนาม: AT&T Stadium
ความจุ: ~94,000 ที่นั่ง (ใหญ่ที่สุดในฟุตบอลโลก 2026) | เป็นสนามรอบรองชนะเลิศ (Semi-Final)

ดัลลัส เป็นเจ้าภาพ AT&T Stadium สนามที่ใหญ่ที่สุดของฟุตบอลโลก 2026 ด้วยความจุกว่า 94,000 ที่นั่ง เคยเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกในปี 1994 ด้วยสนาม Cotton Bowl สำหรับฟุตบอลโลก 2026 ได้รับเป็นสนามจัดรอบรองชนะเลิศ (Semi-Final) วัดเวลา ดัลลัสยังเต็มไปด้วยวัฒนธรรมท้องถิ่น อาหารสไตล์เท็กซัส และสถานที่สำคัญอย่าง Reunion Tower

ฮิวสตัน

สนาม: NRG Stadium
ความจุ: ~72,000 ที่นั่ง

ฮิวสตัน เปิดสนาม NRG Stadium เพื่อต้อนรับการแข่งขัน เคยเป็นเจ้าภาพงานกีฬาระดับนานาชาติหลายรายการ เช่น CONCACAF Gold Cup และ Super Bowl ฮิวสตันมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและสถานที่ท่องเที่ยวอย่าง Space Center Houston ที่ดึงดูดแฟนบอลจากทั่วโลก

แคนซัสซิตี้

สนาม: Arrowhead Stadium
ความจุ: ~76,000 ที่นั่ง

แคนซัสซิตี้ เปิดสนาม Arrowhead Stadium ที่ขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศการเชียรที่คึกคัก เคยเป็นเจ้าภาพ CONCACAF Gold Cup และเป็นสนามเจ้าภาพรอบเซมิไฟนาลกลุ่ม F เมืองนี้ยังเป็นที่รู้จักด้านวัฒนธรรมที่โดดเด่น เช่น บาร์บีคิวที่เลื่องชื่อ และความอบอุ่นของคนท้องถิ่น

ลอสแอนเจลิส

สนาม: SoFi Stadium
ความจุ: ~70,000 ที่นั่ง

ลอสแอนเจลิส เคยเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 1994 โดยใช้ Rose Bowl สำหรับฟุตบอลโลก 2026 ใช้ SoFi Stadium ที่ทันสมัย ซึ่งเป็นสนามเปิดสนามของทีมชาติสหรัฐฯ วันที่ 12 มิถุนายน พร้อมเป็นเจ้าภาพรอบเซมิไฟนาลกลุ่ม D และแมตช์น็อกเอาต์สำคัญหลายนัด ลอสแอนเจลิสยังมีแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำ เช่น Hollywood และ Santa Monica

ไมอามี

สนาม: Hard Rock Stadium
ความจุ: ~65,000 ที่นั่ง | เป็นสนามนัดชิงอันดับ 3

ไมอามี เปิดสนาม Hard Rock Stadium เคยเป็นเจ้าภาพการแข่งขันระดับนานาชาติหลายรายการ เช่น CONCACAF Gold Cup และ International Champions Cup และเป็นเจ้าภาพนัดชิงอันดับ 3 ของฟุตบอลโลก 2026 วันที่ 18 กรกฎาคม 2026 ไมอามีโดดเด่นด้วยชายหาดที่สวยงาม วัฒนธรรมแบบละตินอันมีชีวิตชีวา และแหล่งท่องเที่ยว เช่น South Beach และ Art Deco District

นิวยอร์ก-นิวเจอร์ซีย์

สนาม: MetLife Stadium
ความจุ: ~82,500 ที่นั่ง | เป็นสนามนัดชิงชนะเลิศ (Final) วันที่ 19 กรกฎาคม 2026

นิวยอร์ก-นิวเจอร์ซีย์ เปิดสนาม MetLife Stadium ซึ่งเป็นสนามเจ้าภาพนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 วันที่ 19 กรกฎาคม 2026 เคยเป็นเจ้าภาพ CONCACAF Gold Cup และ Copa América ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและแหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่น เช่น Statue of Liberty, Times Square และ Jersey Shore ยิ่งเพิ่มความน่าประทับใจสำหรับแฟนบอลทุกคน

ฟิลาเดลเฟีย

สนาม: Lincoln Financial Field
ความจุ: ~69,000 ที่นั่ง

ฟิลาเดลเฟีย เปิดสนาม Lincoln Financial Field ที่มีมาตรฐานระดับโลก เคยเป็นเจ้าภาพ CONCACAF Gold Cup และเป็นเจ้าภาพรอบเซมิไฟนาลกลุ่ม I เมืองนี้เต็มไปด้วยสถานที่ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เช่น Liberty Bell และ Independence Hall

ซานฟรานซิสโก

สนาม: Levi’s Stadium
ความจุ: ~68,500 ที่นั่ง (เบย์อารียา, ซานตาคลารา)

ซานฟรานซิสโก เปิดสนาม Levi’s Stadium ที่ทันสมัยตั้งอยู่ในซานตาคลารา เคยเป็นเจ้าภาพ Copa América และ CONCACAF Gold Cup และเป็นเจ้าภาพรอบเซมิไฟนาลกลุ่ม J พื้นที่อ่าวสานฟรานซิสโกมีทิวทัศน์ที่งดงาม เช่น สะพาน Golden Gate และบรรยากาศที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมและเทคโนโลยีที่โดดเด่น

ซีแอตเติล

สนาม: Lumen Field
ความจุ: ~69,000 ที่นั่ง

ซีแอตเติล เปิดสนาม Lumen Field ที่ขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศการเชียรที่คึกคัก เคยเป็นเจ้าภาพ CONCACAF Gold Cup และ Copa América และเป็นเจ้าภาพรอบแบ่งกลุ่ม D สำหรับทีมชาติสหรัฐฯ ซีแอตเติลยังมีเสน่ห์ด้วยธรรมชาติที่งดงาม เช่น ทะเลสาบวอชิงตันและ Pike Place Market